ทำเพื่ออะไรกันแน่ !!!!!

posted on 30 Jul 2013 22:21 by slang-aholic
 
คนเราทำงาน เพราะหวังว่า ซักวันหนึ่งเราจะมีชีวิตที่ดี

แต่คนเรามักใช้เวลาทั้งหมดที่มี ทำแต่งาน งาน งาน และจบลงด้วยการไม่มีเวลา ใช้ชีวิตที่ดีอย่างที่หวังไว้

...ตกลงแล้วคุณทำเพื่ออะไร...

...So What are you really fighting for?...


ขอเกาะกระแสหน่อย ก็คือว่า 20 สาวงาม Miss Korea 2013 เนี่ย (จากภาพ) หน้าตาเหมือนกันเด้ะ เด้ะ เลย ไม่อยากจะเชื่อเลย (unbelievable, right?) เพราะงั้นเลยนึกสำนวนดี ๆ เกี่ยวกับการผ่าตัด ศัลยกรรมมาฝากแฟนเพจกันซักหน่อย จำไว้หน่อยก็ดี (เผื่อมีคนทักว่าไปศัลอะไรมา 555+)

หากจะถามว่า นี่ ๆ "คุณเคยทำศัลยกรรมมามั้ย?" เค้าพูดกันว่า Have you ever had plastic surgery? กันนะจ้ะ เป็นคอมม่อนเลย หรือจะพูดว่า Have you had work done on your face? ก็ได้ซึ่งคือ "นี่แกเคยทำอะไรกับหน้าแกบ้างป่ะ" - (หมายถึงศัลยกรรมแหละ)

หรืออย่างจะถามลึกลงไปก็ได้ว่า "นี่แกไปทำจมูกมาป้ะเนี่ย??" ก็พูดว่า Have you had a nose job? - สังเกตฝรั่งจะใช้คำว่า job มาช่วย งานอะไรก็ งานจมูกไง ถ้าเคยทำก็บอกไปเลยว่า Yes, I have a nose job. หรือ I got a nose job. (เออดิ ทำจมูกมา!) 

หลายคนถามต่อชัวน์พี่คะแล้ว ทำนม ล่ะคะพูดว่าอะไร ----> Boob job ยังไงล่ะคร้าบ ตรงตัวเลย Have you had a boob job bitch? (นี่นังชะนี แกไปทำนมมาใช่มั้ยยยย 55+) They look so much bigger than last time we met. I can tell. (เพราะมันดูใหญ่กว่าเดิมมว๊ากตั้งแต่เจอกันครั้งนั้น บอกได้เลย) - ขอวิบัติเล็กน้อย

สุดท้ายแล้วมีอีกสำนวนที่ฝรั่งมักใช้เกี่ยวกับ ศัลยกรรม ก็คือ to go under the knife. (ไปอยู่ใต้มีด?) - ใช่แล้ว การศัลก็ต้องเจอมีดแน่นอน เค้าจึงเปรียบเทียบพวกไปศัลยกรรมว่า ยอมไปผ่านมีดมา

A lot of girls these days want to improve their appearance no matter which way. Some do even going under the knife.

(ผุ้หญิงสมัยนี้นี่น้าอยากจะแปลงโฉมโดยไม่สนวิธีกันเลย คนบางกลุ่มยอมแม้กระทั่งต้องไปผ่านมีดหมอมา)


เอ้อ You're so kind. ที่แปลว่า เอ้อ คุณใจดีจัง , That's very kind. (ใจดีมาก) kind เหล่านี้ล้วนแล้วหมายถึง "ความใจดี ใจกว้าง" แต่เดี๋ยว kind แปลว่า ชนิด ได้ด้วยครับ เอ้ย อะไรนะ?!? ชนิดครับ ใช่แล้ว ชนิดที่เรารู้กันในนามว่า type นั่นเอง!!

แล้วยังไงล่ะ? ไม่ไงอ่ะครับ kind เนี่ยรู้สึกจะใช้บ่อยกว่าเจ้า type- ชนิด อีกนะครับเนี่ย ไม่ได้โม้ (I'm not exaggerating.)ไปดูตัวอย่างกันครับ

What kind of food do you like? - ถ้าแปล kind ว่า ใจดี นี่ถึงกับเป๋เลยนะ 555+ --> อาหารใจดีอะไรที่คุณชอบ? - เอิ่มไม่เม้คเซ้นครับ

What kind of food do you like? - แปลว่า "คุณชอบอาหารแบบไหน ชนิดไหน ประเภทไหน" นั่นเอง

ลองไปถามเพื่อนดูนะ

What kind of music do you like to listen to? (ชอบฟังเพลงแนวไหน?)
What kind of love is this? (นี่มันรักแบบไหนกันวะเนี่ย!) - ผู้พูดอาจจะสับสน โดนคนที่ชอบสับขาหลอก ให้มึนงงละมั้งนะ เลยบ่นมาแบบนี้
What kind of person are you? (คุณเป็นคนแบบไหนกันเนี่ยย) - แบบไหนละครับเพื่อน ๆ Good? Bad? or ass..? เอ้ยยย 

ลาไปก่อนสำหรับ mini บทความจ้า


เคยมั้ย เดินผ่าน ญ ไทยเมียฝรั่ง หน้าตาธรรมด๊า ธรรมดา แต่พูดอังกฤษได้ซะงั้น?!? ถึงแม้จะไม่ได้ดีก็ตามแต่ถือว่าสื่อสารได้ กล้าที่จะพูด กลับมามองที่ตัวเราเอง “เออแฮะ ไอ้เราแค่อ้าปากพูดยังตัวสั่น ปอดแหกกันเป็นแถว เป็นแบบนี้ชาตินี้จะพูดได้มั้ยเนี่ยเรา เฮ้อ...(พึมพำกับตัวเอง)” - นั่นน่ะสิครับ ต้องยกย่องสาวไทยประเภทใจกล้าหาสามีฝรั่ง เอ้ย ไม่ใช่ กล้าที่จะพูด กล้าที่จะออกเสียง โดยไม่อายใคร ไม่แคร์สื่อ! ซึ่งถือเป็นข้อดีของการฝึกภาษาเลยทีเดียว ต้องหน้าด้าน! ใช่แล้วครับ ต้องหน้าด้าน ไม่อาย ท่องเอาไว้ มาดูสเตปการเรียนภาษาที่ผมคิดเอาไว้เล่น ๆ เผื่อเพื่อน ๆ สนใจนำไปปรับใช้กันดูนะ 

1. กล้า – ใช่แล้วนี่คือ ด่านแรกเลย ต้องกล้าครับ ใจกล้า หน้าด้าน พูดผิดพูดถูกว่ากันอีกเรื่องนึง อย่าไปอาย อย่าได้แคร์สื่อ นี่คือสิ่งที่ ญ ไทยที่มีสามีเป็นต่างชาติมีกันแทบทุกคนเลยครับ เป็นสิ่งที่น่าเอาเยี่ยงอย่างเป็นอย่างมาก แต่ช้าก่อน! ถ้าท่านคิดว่าด่านแรกท่านทำได้แล้ว อย่าพึ่งคิดว่าท่านแกร่งกล้าพอนะครับ ให้อ่านหัวข้อถัดไปต่อจ้ะ

2. แก้ – คนไทยที่มีความกล้าที่จะพูดผมยกย่องครับ แต่แน่นอนว่าความกล้าอย่างเดียวไปไม่รอดครับ ท่านต้องรู้จักที่จะ “แก้” ด้วย แก้ในที่นี้คืออะไร? ก็คือนอกจากเราจะกล้าแล้ว ยังต้องรู้จักเรียนรู้เพื่อนำมาแก้ไขข้อผิดพลาดที่เรามีอยู่ อย่างเรื่องเทนส์ ที่ ญ ไทยเมียฝรั่งมักมีปัญหา แปลไทยเป็นอังกฤษแบบโครตตรงตัว หรือเรียกง่าย ๆ ว่า “แปลโง่ ๆ” 55+ (ไม่ได้หลอกด่านะค๊าบ เอาฮาไปงั้น) ซึ่งบางทีก็ใช้ได้ แต่ส่วนใหญ่ฟังแล้วมันตลกและไม่สมประกอบเท่าไหร่(ในเชิงรูปประโยค) อย่างเช่น ฝรั่งถาม Do you like it? (ชอบมั้ยอันนี้) – อาจจะเลือกซื้อสินค้ากันอยู่ กลุ่ม ญ ไทยแฟนฝรั่งก็มักจะพูดออกมาว่า I no like it. หรืออย่าง No like No like ซึ่งจริง ๆ ควรจะเป็น No, I don’t like it. หรืออย่างเมื่อนานมาแล้วที่ผมไปเที่ยววัดพระแก้ว ชีแกน่าจะเป็นไกด์ ซึ่งไม่เสียค่าเข้าเพราะเป็นคนไทย ส่วนต่างชาติต่อแถวเข้าคิวจ่ายกัน เค้าเลยสงสัยว่า อ้าว ทำไมยูไม่ต้องจ่ายล่ะ ชีแกบอกว่า I’m Thai. No money. No pay No pay….(ชั้นคนไทย ไม่มีเงิน ห้ามจ่าย ห้ามจ่าย) - นี่คือสิ่งที่ฝรั่งจะได้ยิน! (เป็นไง สยองมั้ย 55) จริง ๆ แล้ว ควรจะพูดว่า I don’t have to pay for that/it because I’m Thai (or could also say I’m a citizen.) นี่คือตัวอย่างง่าย ๆ ของการ “แก้” จากผิดเป็นถูก นะครับ

3. เกลา – เมื่อกล้าและรู้จักที่จะแก้แล้ว สิ่งต่อไปคือขัดเกลาครับ ขัดเกลาอะไรล่ะแอ๊ดมิ้นนนน?! รูปประโยคครับ จริงอยู่บางประโยคพูดได้อย่างเช่นเจอกันทัก How are you? I’m fine. Thank you and you? อะไรแบบนี้มันใช้ได้ครับ ไม่ผิด แต่สิ่งที่ฝรั่งมักใช้ในบทสนาจริง ๆ ก็จะเป็น How are you doing? , How’s it going? ซึ่งนี่คือสิ่งที่เพจเราพร่ำสอนมาโดยตลอด เพราะผมอยากให้ทุกคนได้เห็นของจริง ย้ำ ของจริง ไม่ใช่ในหนังสือแต่เพียงอย่างเดียว


ปล. หากยาวไป ขอประทานโทษด้วยครับ ย่อไม่ได้แล้วววววววว

Sleep tight!

posted on 25 Jul 2013 23:42 by slang-aholic


ฝันดีคร้าบทุกคน ไว้มาอัพเดทเนื้อหากันพรุ่งนี้น้า แอดมินเหนื่อยครับช่วงนี้ งาน(สังคม)เยอะ 55

Have a good night. (ราตรีสวัสดิ์)
Sleep tight. (นอนหลับให้สบายนะจ้ะ)
I'll see you in my dreams tonight. (เจอทุกคนในฝันของผมคืนนี้นะ)
Love you hun nite nite. (รักคนทุกนะคร้าบ ไนท์ ไนท์)
Sweet Dreams! (ฝันดีคร้าบ)

นี่ผมรวบรวมวิธีบอกลามาให้แบบย่อม ๆ เลยนะเนี่ยยย

เราเรียนอะไรกันมาก็เยอะและ สุดสัปดาห์แบบนี้เรามาพัก ผ่อนคลาย อ่านเรื่องแปล๊กแปลกของฝรั่งที่เค้ามักจะทำกันดีกว่า ว่าวัฒนธรรมบ้านเค้าเนี่ยก็แตกต่างจากบ้านเราเนาะ มีทั้งดีไม่ดี ก็ไปคิด ปรับใช้กันเอาเองละกันเนาะ

--------------------------------------
1. ใส่รองเท้าเดินเข้าบ้าน! (อ้ะเฮ้ย)
--------------------------------------
เด็กไทยไปนอกเจอทุ๊กกกกคน เชื่อผมสิ! หากเรามีเพื่อนฝรั่ง แล้วเพื่อนชวนไปเที่ยวบ้านนะ วินาทีแรกที่เข้าบ้านไปทุกคนคงช๊อคน่าดู ทำไมน่ะเหรอ? ก็พี่แกเล่นใส่รองเท้าผ้าใบ เดินดุ่ย ดุ่ย ดุ่ย เข้าบ้านเลยน่ะสิคร้าบ T_T เห็นแล้วแบบ แล้วบ้านมันจะสะอาดมั้ยนี่!?! แต่นี่คือเรื่องจริงครับ หากท่านยังไม่รู้ว่า ฝรั่งนั้นโดยปกติจะใส่รองเท้าผ้าใบปกติเนี่ยแหละเดินเข้าบ้าน โดยไม่ถอดออกเลย เรียกได้ว่า ถ้ากุเดินไม่ถึงเตียงกุไม่ถอดจริง ๆ นะ 555+ (พอถึงเตียงมันถอดแล้วก็ขึ้นนอนเลย พอตื่นปุ๊บใส่ต่อ ><") ช๊อคมั้ย?!? เอ่อ วัฒนธรรมนี่คิดว่าไม่น่าจะเวิร์คกับคนไทยเท่าไหร่ครับ ไม่แนะนำ 55

--------------------------------------------------
2. ทักด้วยการจับมือ ลาด้วยการกอด (อัยย้ะ!)
--------------------------------------------------
อัยย้ะ! นับว่าเป็นเรื่องดีของชายไทยเลยนะครับเนี่ย! ก็คือเวลาเจอฝรั่งครั้งแรกเรามักสบตา ก่อนจะเอื้อมมือไปจับ พร้อมบีบมือแรง ๆ 1 จึ๊ก! (หวังว่าคงจำกันได้นะ เคยบอกไปแล้ว) ส่วนการร่ำลานั้น โดยมากจะใช้การกอดโดยไม่ถือว่าคุณคือ ญ หรือ ชาย (กอดพร้อมตบหลังเบา ๆ 2-3 ที) แต่เดี๋ยวก่อน! ไม่ใช่ว่า จะจากกันเมื่อไหร่ จะกอดให้ได้ลูกเดียวนะ มีโดนตบแน่แบบเนี๊ย! 55 ก็คือว่าการร่ำลานั้นมักใช้ในโอกาสที่มันสำคัญขึ้นมานิดนึง อย่างเช่น รู้ว่าจะไม่ได้เจอกันนาน ๆ อย่างไปเรียนต่อ หรือแยกทางกันเพราะจบ มอปลายแล้ว อะไรแบบนี้นะครับ

-----------------------------------------------------
3. ชาย-ชาย มองหน้า สบตากัน นับเป็นเรื่องปกติ
-----------------------------------------------------
ฝรั่งนะครับเวลาเดินสวนกัน เจอกันในลิฟต์ จะรู้จักหรือไม่รู้จัก ส่วนใหญ่ถ้าต้องเจ้อะ! กันแบบซึ่ง ๆ หน้าเนี่ย เค้ามักจะมี eye contact ให้กันพร้อมยิ้มซักเล็กน้อย เป็นมารยาทและเป็นอะไรที่ผมคิดว่า "เอ้อ ดีแฮะ เฟรนรี่ดี" ซึ่งใช้ได้ทั้งชายและหญิง แต่ลองทำที่ไทยสิครับ ไม่โดนมองว่าเป็นเกย์ ก็โดนมันด่าชัวน์ "มองหน้าหาพ่อ_หรอ" ><" 

--------------------
4. มักปาร์ตี้ที่บ้าน
--------------------
โดยปกติแล้ว ฝรั่งมักชอบปาร์ตี้ที่บ้าน อาจเพราะอากาศมันหนาว เลยหาที่อุ่น ๆ เช่นในบ้านซึ่งมีฮีทเตอร์ คุยกัน ซื้อเหล้ามากิน ทำอาหารกัน บางที่ advance! ขึ้นมาหน่อย มีเปิดแผ่นสแคชแผ่นกันเลยทีเดียว ก็คือเหมือนในหนังฝรั่งนั่นแหละครับ ซึ่งผมว่าหาดูที่ไทยได้ยากมาก ๆ เพราะคนไทยมักไปชิว ไปต่อ ไปเที่ยวกันข้างนอกซะมากกว่า สำหรับฝรั่งแล้วถ้าอยากจะเที่ยวกันมักปาร์ตี้ที่บ้านก่อน แล้วดึก ๆ ค่อยออกไป (คืออัดเหล้า อัดยากันไปก่อน ในผับมันเปลือง 55)

วันนี้ลาไปก่อน สุขสันต์วันเสาร์ รักทุกคนคร้าบ จุ๊บจุ๊บ

Let's call it a day tonight. I'm going to work out. Also, have a good weekend! I love you all. See you next time.

Octopus Slap!!!

posted on 25 Jul 2013 23:38 by slang-aholic
 
บางครั้ง ถ้าเป็นไปได้ ชั้นก็อยากจะเป็นปลาหมึกดูบ้าง

จะได้..ตบ..คนทีเดียว 8 คนพร้อมกันแม่มเลย

(ขอบคุณเพจ Just for fun ครับ)

Apple เชี่ยไรวะเนี่ย! 55

posted on 19 Jul 2013 18:49 by slang-aholic

True feeling

posted on 19 Jul 2013 18:48 by slang-aholic
 
#‎ถ้าชั้นไม่เคยเจอคุณ‬.....ก็คงไม่ชอบคุณหรอก
‪#‎ถ้าชั้นไม่ชอบคุณ‬......ก็คงไม่รักคุณหรอก
‪#‎ถ้าชั้นไม่รักคุณ‬......ก็คงไม่คิดถึงคุณหรอก

แต่รู้มั้ย จริง ๆ แล้ว ชั้นทั้ง ‪#‎ชอบ‬ ‪#‎รัก‬ ‪#‎และคิดถึง‬! คุณเอามาก ๆ เลย
 
คำถาม ณ ค่ำคืนนี้คือ ...ถ้าเกิดว่า (เอาอีกแล้ว สมมติอีกแล้วสมมติ) ...ถ้าเกิดว่าเพื่อน ๆ จะบ่นพร่ำเพ้อ พรรณา หรือหวัง ขออะไรซักอย่างนึงซึ่งเป็นไปไม่ได้ เพื่อน ๆ จะพูดว่าอะไร 

งงใช่มั้ย? บทเรียนนี้ง่าย ๆ ให้เริ่มต้นเขียนว่า.. I wish I could ...หรือ I wish I had....หรือ I wish I was... เช่น

I wish I could swim. (ง่ะ อยากว่ายน้ำได้จัง) - อ้าวแสดงว่าแกนี่ว่ายน้ำไม่เป็นสิเนี่ย

I wish I had a girlfriend. (อยากมีแฟนจัง) - ต๊ายยย ตายโสดหรอเนี่ยย มีหนังหน้าเป็นอาวุธสินะ 55+

I wish I was a bird, so I could fly. (อยากเป็นนกจัง จะได้โบนบินไปไหนก็ได้) 

I wish I had a better job. (เฮ้อ อยากจะมีงานที่ดีกว่านี้จัง) - อ้าว ๆ วอนแล้ว แสดงว่างานที่ทำอยู่ไม่เวิร์คสิเนี่ย

เห็นรึยังครับเพื่อน ๆ ว่าการใช้ I wish...blah blah blah เนี่ย มันคือการพูดลอย ๆ ว่า ถ้าเราทำได้แบบนั้นก็ดีสินะ ถ้าเราเป็นอย่างงี้ก็คงจะดี ถ้า....ถ้า....ถ้า..... เก็ตมั้ย เคลี๊ย?

Wish everyone was great at English. (อยากจะให้ทุกคนเก่งภาษาอังกฤษจัง) - อ้าว นี่แสดงว่าทุกคนอ่อนสินะ (เอ้ยไม่ใช่นะคร้าบ)

ปล. บางทีฝรั่งก็ละ I wish เป็น Wish เลยครับผม

พิมพ์มาครับ ผิด ๆ ถูก ๆ เดี๋ยวช่วยช่วยกันตรวจเน้อ

Happy Friday!!